motorshow

มอเตอร์โชว์

Motor Show 2008

ดร.ปราจิน เชื่อ มอเตอร์โชว์ ปลุกเศรษฐกิจยานยนต์

มอเตอร์โชว์ คึกคักรับรัฐบาลใหม่ จับกระแสโลกสีเขียว ชูคอนเซ็ปต์ นวัตกรรมยานยนต์ คน และธรรมชาติ ค่ายรถ 27 แบรนด์ดัง ตบเท้าขนสุดยอดยนตรกรรมแห่งยุคโชว์กันเต็มงาน พร้อมแห่เปิดตัวรถใหม่เพียบ มั่นใจกำลังซื้อกลับคืน คาดเงินสะพัดทั้งงานกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 29 เปิดเผยว่า

ผมเข้าใจความรู้สึกของคนไทย ช่วงรอยต่อของรัฐบาลประชาธิปไตย เรามีความห่วงใยในหลายๆ ด้าน อุตสาหกรรมยานยนต์ก็เป็นอีกความห่วงใย ด้วยเพราะเป็นเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย ทำให้ทุกคนจับตามองงานบางกอก มอเตอร์โชว์

หากเราย้อนไปดูยอดขายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยอดขายรวมทุกยี่ห้อ 45,431 คัน จำหน่ายเพิ่มขึ้น 17.57% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม ปี 2550 แต่ก็ลดลงถึง 29.40% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2550 ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งฤดูการที่ทุกบริษัทต้องเร่งทำยอดขายปลายปี และรถปิกอัพยังคงเป็นรถที่มียอดสูงสุด” ซึ่งนับเป็นนิมิตที่ดีสำหรับรัฐบาลใหม่ ที่ยอดขายเดือนแรกดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งปกติแล้ว ช่วงต้นปียอดขายมักจะชะลอตัวด้วยเหตุผลต้องการดูความเคลื่อนไหวของรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์ ประกอบการตัดสินใจซื้อ

สำหรับงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ ทางผู้จัดได้ร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 6 เมษายน 2551ที่ไบเทค บางนา โดยมีบริษัทรถยนต์ใหม่ๆ อย่าง “ทาทา” จากอินเดีย และการกลับมาอีกครั้งของ ฮุนได จากเกาหลี เมื่อรวมกับรถยี่ห้อเดิมๆ แล้ว ผมว่าจะทำให้งานคึกคักขึ้น เมื่อผนวกกับความมั่นใจในรัฐบาลใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ก็ไม่น่าห่วงเหมือนปีที่ผ่านมา

ส่วนรถรุ่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวกันในงาน ประกอบด้วย ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่, มิตซูบิชิ ปาเจโร่, รถกระบะ ทาทา ซีนอน, เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค ใหม่ พวงมาลัยขวา และบีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่นำรถกระสุนมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทมาร่วมแสดง ส่วนคอนเซ็ปต์ คาร์ ในปีนี้ มิตซูบิชิ ส่ง คอนเซ็ปต์ EZ MIEV รถพลังงานไฟฟ้า ขณะที่ฟอร์ด เผยโฉมต้นแบบรถยนต์ขนาดเล็ก (B-Car) เจเนอร์เรชั่น 3 "เวิร์ฟ" แบบ 4 ประตู

ในส่วนของรถจักรยานยนต์ ก็คึกคักไม่แพ้กัน แม้นจะมีการเปิดตัวล่วงหน้ากันไปบ้างแล้ว อย่าง ยามาฮ่า นูโว รถออโตเมติก 135 ซีรี่ส์ ขณะที่ฮอนด้ากับซูซูกินั้น มีอะไรมาโชว์แน่นอน เพียงแต่ยังอุบไต๋ไว้เท่านั้นเอง กิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมประจำวันที่มีให้ดูกันรอบๆ งาน การประกวดมิศมอเตอร์โชว์ มิสพรีเซ็นเตอร์ ยังคงสร้างความคึกคักได้เหมือนเดิม
สำหรับงานบางกอกมอเตอร์โชว์ในปีนี้ ได้รับการบรรจุอยู่ในปฏิทินงานมอเตอร์โชว์โลก โดยได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดงานจาก OICA (Organisation Internationale des Constructeurs d’Automobiles) “ซึ่งงานมอเตอร์โชว์ระดับโลกอย่างนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ การจะมาชมงาน ผมอยากแนะนำให้ตั้งใจและใช้เวลาที่จะมาชมงาน จะทำให้ได้ประโยชน์ทั้งการได้ชมสุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกยนตรกรรมและรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่หลายรุ่นเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโลก” ดร.ปราจิน กล่าว นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 29 เปิดเผยว่า

วันนี้การจัดงาน เรามีมุมมองด้านสังคมมากขึ้น อย่างเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับคนชรา ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้มีพระคุณ เคยสนับสนุนจนทำให้งานของเราประสบความสำเร็จ 3-4 ครั้งหลังของการจัดงาน เราให้ความสำคัญคนชรา มีการประสานงานจัดรถรับส่ง เพื่อให้ทุกท่านได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมงาน เพราะครั้งหนึ่ง คนชราเหล่านี้ อาจเป็นกลุ่มคนที่เคยสนับสนุนการจัดงานของเราก็ได้

สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 29 จะจัดขึ้นที่ไบเทค บางนา โดยมีพื้นที่จัดงานทั้งหมดประมาณ 80,000 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร 30,000 ตารางเมตร และการจัดแสดงภายนอกอาคาร พร้อมกิจกรรมต่างๆอีก 50,000 ตารางเมตร โดยคอนเซ็ปต์ของงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ คือ"นวัตกรรมยานยนต์ คน และธรรมชาติ" หรือ The Environment Auto Globalization เนื่องจากเป็นกระแสช่วงเวลาพอดีกับแก๊สโซฮอล์ อี20 ออกสู่ตลาดในต้นปีนี้ และถ้าจะมองงานในระดับเวทีโลกอย่าง แฟรงก์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ หรือจะเป็นโตเกียวมอเตอร์โชว์ ในปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าคอนเซ็ปต์ส่วนใหญ่จะมีแนวคิดคล้ายๆ กันทั้งหมด นั่นคือตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม คน ยนตร กรรม และพลังงานเพื่อโลกสดใส”
รองประธานจัดงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 29 กล่าวต่อไปว่า “ในปีนี้มีบริษัทรถยนต์ใหม่ๆ ที่เข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้นหลายบริษัท อย่างเช่น ซูซูกิ ที่กลับเข้ามาใหม่หลังจากที่มีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาด นอกจากนั้น ก็มีฮุนไดและทาทา รถยนต์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทย ถ้ารวมทุกบริษัทแล้วถือว่าปีนี้มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานถึง 27 แบรนด์ด้วยกัน
นอกจากนั้นในฮอลล์ 106 ยังมีค่ายรถจักรยานยนต์ ซึ่งปีนี้มีการนำรถต้นแบบที่น่าสนใจมาโชว์หลายโมเดล พร้อมกันนี้ทางผู้จัดงานได้ผังโชว์ใหม่ โดยเรียงบูทในแนวยาว เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าชมของลูกค้า โดยในปีนี้มีค่ายรถมอเตอร์ไซค์เข้าร่วมงาน 4 ยี่ห้อเท่านั้น คือ ฮอนด้า ยามาฮ่า ซูซูกิ และคาวาซากิ ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำและน่าเชื่อถือได้ในตลาดเมืองไทย อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ได้มีแบรนด์มอเตอร์ไซค์อื่นๆ ติดต่อเข้ามา แต่เราห่วงเรื่องของคุณภาพของตัวผลิตภัณฑ์เลยต้องปฏิเสธไป

สำหรับบูธแอ็กเซสซอรี่ปีนี้มีอยู่ 268 บูธ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ขายพื้นที่จบเร็วกว่าปีที่สภาพเศรษฐกิจดีเสียอีก เพราะคนมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ประกอบการจึงต้องวางแผนในการออกบูธประจำปี เพราะมีบางบริษัทที่ไม่ออกงานปลายปี แต่เก็บงบประมาณไว้มาร่วมงานเรา
ในด้านการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าชมงานนั้น ทางผู้จัดงานได้จัดเตรียมรถบัส ให้บริการรับส่งเหมือนเดิม และในปีนี้ได้เตรียมงบในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านบาทด้วย เนื่องจากค่าน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น จากเดิมที่ใช้งบในส่วนนี้ราว 8-9 ล้านบาท ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสจะสร้างมาถึงไบเทคได้แล้วเสร็จในงานปีหน้า ซึ่งก็เป็นช่วงฉลองจัดงานครบรอบ 30 ปีพอดี นอกจากนั้น ผู้จัดยังมีระบบเซฟตี้ต่างๆ ที่จะป้องกันเหตุร้าย เรามีตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบกว่า 400 นายเดินอยู่ในงาน และยังมีทีวีวงจรปิดอีก 500 ตัวรอบงาน ซึ่งคงไม่ต้องห่วงในเรื่องของความปลอดภัยแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การจัดงานในปีนี้ทางบริษัทได้เพิ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท เพื่อจัดงานให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แม้ที่ผ่านมาจะไม่มีการตั้งเป้าหมายการขายรถยนต์ แต่เชื่อว่า ยอดจองรถยนต์จะทำให้ภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตลาดรถยนต์จะคึกคักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอของบริษัทรถยนต์ ทั้งออฟชั่น และแคมเปญ จะเป็นสิ่งดึงดูดใจให้คนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยตลอดทั้งงานคาดว่า จะมียอดจองรถ 15,000 คันเท่ากับปีที่ผ่านมา และมีเงินสะพัดภายในงานไม่น้อยกว่า 22,000 ล้านบาท” นายจาตุรนต์ กล่าวทิ้งท้าย